ประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาท้องถิ่น
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 76 วรรคสาม
บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกาหนดประมวล
จริยธรรมสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ากว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว
และพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ได้กาหนดมาตรฐานทางจริยธรรม
ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อใช้เป็นหลักสาคัญในการ
จัดทาประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ
อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม
พ.ศ. 2562 ระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทาป ระมวล
จริยธรรม ข้อกาหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. 2563 ประกอบกับมติคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ในการประชุมครั้งที่ 2/2563
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงกาหนดให้มีประมวลจริยธรรม
สมาชิกสภาท้องถิ่นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประมวลจริยธรรมนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ในประมวลจริยธรรมนี้
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ
บริหารส่วนตาบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่รวมถึง
กรุงเทพมหานคร
“สภาท้องถิ่น” หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การ
บริหารส่วนตาบล สภาเมืองพัทยา และสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
แต่ไม่รวมถึงสภากรุงเทพมหานคร
“สมาชิกสภาท้องถิ่น” ได้แก่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล
สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบล สมาชิกสภาเมืองพัทยา และสมาชิกสภาท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
แต่ไม่รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ข้อ 3 สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยต้อง
ดารงตน ดังต่อไปนี้
(1) ปกป้อง ดูแล และยึดถือประโยชน์ของชาติเป็นสาคัญ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเอกราช
และอธิปไตยของชาติ และไม่ประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของชาติ
(๒) ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และเคารพความแตกต่าง
ของแต่ละศาสนา
หน้า ๑๑
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ เมษายน ๒๕๖๕
(๓) จงรักภักดีและเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
(๔) ยึดมั่นและธารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๕) เป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทุกประการ
ข้อ 4 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสานึกที่ดี
และรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยอย่างน้อยต้องดารงตน ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความ
รับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และปราศจากอคติ
(๒) ไม่ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้สถานะหรือตาแหน่งของตน ไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้
โดยชอบด้วยกฎหมายสาหรับตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม
(๓) ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเองหรือผู้อื่น
ในประการที่อาจทาให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่
(๔) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ
(๕) ไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเพื่อผลประโยชน์
สาหรับตนเองหรือผู้อื่น
(๖) ไม่กระทาการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดารงตาแหน่ง
(๗) แสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือผิดพลาด
ข้อ 5 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงกล้าตัดสินใจและกระทาในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม โดยต้องดารงตน
ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล
แรงกดดัน หรือกระแสสังคม อันมิชอบด้วยกฎหมาย
(๒) ยึดมั่นในกฎหมายและไม่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์สาหรับตนเองหรือผู้อื่น
(๓) คานึงถึงระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งผู้สมควรดารงตาแหน่งต่าง ๆ
(๔) ต้องเปิดเผยข้อมูลการทุจริต การใช้อานาจในทางที่ผิด การฉ้อฉล หลอกลวง หรือ
การกระทาอื่นใดที่ทาให้ราชการเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
(๕) เปิดเผยหรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
และไม่บิดเบือนแก่ประชาชน
ข้อ 6 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุก
ของประชาชนโดยรวม และมีจิตสาธารณะ โดยอย่างน้อยต้องดารงตน ดังต่อไปนี้
(๑) มีอุดมการณ์ในการทางานเพื่อประเทศชาติและต้องถือเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
และประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด
หน้า ๑๒
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ เมษายน ๒๕๖๕
(๒) ไม่กระทาการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่า
โดยทางตรงหรือทางอ้อมตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
(๓) ไม่นาข้อมูลข่าวสารอันเป็นความลับของราชการ ซึ่งตนได้มาในระหว่างอยู่ในตาแหน่ง
ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เอกชน ทั้งในระหว่างการดารงตาแหน่งและเมื่อพ้นจากตาแหน่ง
(๔) มีจิตสาธารณะ จิตอาสา และอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ
และความผาสุกของประชาชนโดยรวม
(๕) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบโดยมุ่งหมายให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม
ผาสุก และสามัคคีปรองดอง
ข้อ 7 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยอย่างน้อยต้องดารงตน
ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกาลังความสามารถโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ที่มีคุณภาพ โปร่งใส
และตรวจสอบได้
(๒) ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคานึงถึงผลประโยชน์
ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสาคัญ
(3) อุทิศเวลาแก่ราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจหรือกระทาการอื่นใด
เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น
(4) เอาใจใส่ทุกข์สุขและรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและรีบหาทางช่วยเหลือ
อย่างเร่งด่วนและเท่าเทียมกัน
(5) รักษาความลับของราชการ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจตามกฎหมาย
(6) รักษาทรัพย์สินของราชการและใช้ทรัพย์สินของราชการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
อย่างประหยัด คุ้มค่า ระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไม่จาเป็น และไม่นาไปใช้เพื่อประโยชน์
ของตนเองหรือผู้อื่น
ข้อ 8 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยอย่างน้อย
ต้องดารงตน ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม เสมอภาค เท่าเทียม ปราศจากอคติ และไม่เลือกปฏิบัติ
โดยการใช้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือเหตุผลของความแตกต่าง ทางเชื้อชาติ ถิ่นกาเนิด
ศาสนา เพศ เพศสภาพ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย สุขภาพ หรือสถานะทางเศรษฐกิจ
หรือสังคม รวมทั้งเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(๒) ปฏิบัติต่อประชาชน ผู้ร่วมงาน และผู้เกี่ยวข้องอย่างให้เกียรติ
(3) ไม่ใช้สถานะหรือตาแหน่งการเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซง
การปฏิบัติราชการ การดาเนินงาน การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตาแหน่ง เลื่อนเงินเดือน
หน้า ๑๓
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ เมษายน ๒๕๖๕
และการดาเนินการทางวินัยหรือการให้พ้นจากตาแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา
พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่
(4) ไม่ยินยอมให้คู่สมรส ญาติสนิท บุคคลในครอบครัว หรือผู้ใกล้ชิดก้าวก่าย หรือแทรกแซง
การปฏิบัติหน้าที่ของตนเองหรือผู้อื่น
(5) ปฏิบัติต่อองค์กรธุรกิจที่ติดต่อทาธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐตามระเบียบ และขั้นตอน
อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อ 9 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงดารงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
โดยอย่างน้อยต้องดารงตน ดังต่อไปนี้
(๑) รักษาจรรยาของตนให้ดี น้อมนาพระบรมราโชวาท หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และหลักคาสอนทางศาสนามาใช้ในการดาเนินชีวิต
(๒) เป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดี ด้วยการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
(๓) ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัว และโดยหน้าที่
ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน
(๔) เป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม รวมทั้ง
รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทย
(๕) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจา อันไม่สุภาพ
อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด
(๖) วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน และระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพ
อาชีพ หรือการงานของตนเอง คู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตน มีลักษณะเป็นการ
กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
(๗) ไม่รับของขวัญ ของกานัล ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น และจะต้องดูแล
ให้คู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตนปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย เว้นแต่เป็นการรับจากการให้
โดยธรรมจรรยาและการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้รับได้
(๘) ไม่กระทาการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทาให้
ผู้ถูกกระทาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทา อยู่ในภาวะ
จายอมต้องยอมรับในการกระทานั้น และไม่นาความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใด มาเป็นเหตุหรือ
มีอิทธิพลครอบงาให้ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด
(๙) ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ
หรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
ข้อ 10 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงรักษาไว้และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น
และมติของที่ประชุมโดยเคร่งครัด โดยอย่างน้อยต้องดารงตน ดังต่อไปนี้
หน้า ๑๔
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ เมษายน ๒๕๖๕
(1) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และไม่กระทา
การใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภาท้องถิ่น
(2) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องกล้ายืนหยัดทาในสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรม ยึดมั่นหลักการในการ
ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติใด ๆ
(3) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือ
ใช้วาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีหรือใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด หรือ
นาเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุม หรือที่อื่นใด
(4) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องไม่แสดงอาการข่มขู่ อาฆาตมาดร้าย หรือใช้กาลังประทุษร้าย
ต่อบุคคลอื่นในที่ประชุม บริเวณสภา หรือที่อื่นใด
(5) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องอุทิศเวลาให้แก่การประชุม โดยคานึงถึงการตรงต่อเวลาและ
ต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จาเป็น เว้นแต่ในกรณีเจ็บป่วย หรือมีเหตุสุดวิสัย
(6) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องพิจารณาข้อบัญญัติ ญัตติ กระทู้ หรือเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นประโยชน์
ต่อท้องถิ่น ประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมโดยเร็ว
(7) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งใด
ตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยคานึงถึงความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล
ดังกล่าวด้วย
(8) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องระมัดระวังการปฏิบัติงาน หรือการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลใกล้ชิด
มิให้มีการกระทาใด ๆ อันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สภาท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(9) สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมหรือต่อสาธารณะ เมื่อพบเห็นการกระทา
ที่ทาให้ราชการ ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย การใช้อานาจในทางที่ผิด และการทุจริตประพฤติมิชอบ
ของผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(10) สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น
ให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่ และสารวมกิริยาวาจาในที่ประชุมสภา
(11) สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้ใดทราบถึงข้อเท็จจริงที่อาจทาให้ตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ
ต้องห้าม ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้นั้นแจ้งประธานสภาท้องถิ่นทราบ
ข้อ 11 สมาชิกสภาท้องถิ่นพึงปฏิบัติงานตามหน้าที่และอานาจสภาท้องถิ่น เพื่อให้การตรา
ข้อบัญญัติท้องถิ่น การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น การจัดทาบริการสาธารณะ และการใช้จ่าย
งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสม สอดคล้องกับบริบท สภาพปัญหาและความเสี่ยง
ทางจริยธรรม ภูมิสังคม ความเป็นอยู่และวิถีของชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงาม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
หน้า ๑๕
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ เมษายน ๒๕๖๕
ข้อ 12 ให้บุคคล ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างและผู้ปฏิบัติงานอื่นที่สภาท้องถิ่นแต่งตั้งเป็น
คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทางานยึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ด้วย
ข้อ 13 ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประมวลจริยธรรมนี้
ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. ๒๕65
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย